เสียมารยาท ?

ดราม่าจัง ชาวโซเชียล ได้รับข่าวสารแชร์กระจายเรื่องหนึ่ง มีคนไปกินไก่ร้านดัง ใช้มือหยิบไก่ทานอย่างเอร็ดอร่อย แต่เกิดมีแม่คนหนึ่ง พาลูกมาทานในร้านเดียวกัน แถมนั่งโต๊ะใกล้กัน ลูกใช้มือหยิบไก่ แม่ตีมือลูก สั่งสอนว่า อย่าใช้มือหยิบซิ มันสกปรก ลูกหาตัวอย่างเพื่ ความปลอดภัย จะได้พ้นผิด เหลียวไปหาไอดอลโต๊ะอื่น ได้การล่ะ เจอแระ

                เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่เมื่อตัวเองผิด ก็พยายามแก้ผิดด้วย การแก้ตัวยืนยันการันตีว่า ผู้อื่น หรือผู้มีอำนาจวาสนาบารมีดีกว่า ท่านเธอเขามันยังทำได้ นั่นๆ โน่นๆ เห็นไหมๆ เลยความชั่วของตนไม่ได้รับการแก้ไข ความดีไม่เพิ่ม ชั่วเดิมเลยพอกหางหมู

                มาว่าพรรคกูโกง แหม่ พรรคโน้นก็โกง มาว่ารัฐบาลโน้นๆไม่ดี รัฐบาลนี้ก็ไม่ดี มาว่ารัฐบาลโบราณกาลคอรัปชั่น รัฐบาลนี้มันก็ขอรับกิน สรุปแล้วต้องเลวเท่าเก่า เง่าเท่าเดิม เพราะไม่ต้องอัพเดทชีวิตแห่งตน

                เมื่อเด็กบอกแม่ว่า โต๊ะโน้นยังใช้มือหยิบทานได้เลยอ่า แม่บอกว่า เขาไม่มีมารยาท อย่าทำแบบนั้น ลูกจะเป็นคนไม่มีมารยาทเหมือนเขา ทำให้ชายเจ้าของมือหยิบไก่ ควันออกหู ที่สอนลูกกระทบเสียดสี จนไฟไหม้หู ละเมิดสิทธิผู้อื่น ได้ๆไงๆ ร้องไห้หนักมาก เขาเลยนำมาระบาย ให้ชาวโซเชียลฟัง(อ่าน)

       แท้จริง แม่คนนี้เป็นแม่ที่ดีมากๆ เพราะธรรมชาติของแม่ ต้องเสียสละทั้งชีวิต เสียสละ น้ำ มาทั้งชีวา เพื่อลูกของตน เสีย น้ำนม เสีย น้ำพักน้ำแรง(เหนื่อยงานสารพัด) เสีย น้ำคำพร่ำสอน

       การพร่ำสอนของแม่ จึงเป็นเรื่องควรทำยิ่ง โตขึ้นลูกจะได้ไม่เลวร้าย ไม่เป็นที่รังเกียจของผู้อื่น จนทำงานที่ไหนไม่ได้ ไปทำงานที่ไหน ตำแหน่งไหน ใครเขาคอยแต่จะยกเก้าอี้หนี หรือผลักให้ตกเก้าอี้ นั่งเก้าอี้ไหนก็ไม่มั่นคง

       แต่คุณแม่ต้องศึกษาวัฒนธรรมประเพณี ให้ลึกซึ้งก่อนสอน มิเช่นนั้นลูกจะนำคำสอนผิดๆ ติดตัวไปจนแกะไม่ออก เหมือนคำสอนศาสนา ที่วิทยากรสอนผิดๆถูกๆ โดยไมคำนึงถึงความเสียหายที่ตามมา เอามันอย่างเดียวก็วินาศ

                คำว่ามีมารยาท มันไม่ใช่คำ หรือระบอบสากล ใช้ไม่เป็นแบบเดียวกันทุกถิ่นฐาน ในที่หนึ่งหยาบคาย ในที่หนึ่งไพเราะ เช่นคำพูดของไทยแต่ล่ะยุคก็ต่างกัน ไม่สามารถตัดสินได้ว่า สมัยไหนพูดไพเราะ สมัยไหนหยาบคาย

                สมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช หนุ่มสมัยนั้นจีบสาว “กูรักมึง มึงรักกูปะ” “จ้ากูก็รักมึง ไม่เห็นหน้ามึง(แด๊ก)ข้าวมะด้ายยย”

                ต่อมาในสมัยอยุธยา “ข้ารักเอ็ง” “จริงหรือยะหล่อน”

                สมัยรัตนโกสินทร์ “ผมรักคุณ”

                สมัยต่อมา ไอเลิฟยูโกทูเดอะโมเต็ล ต่อมาอีก ไอเลิฟยู โกทู ตรงไหนกะด้ายวะ กั๊กๆๆ

                กู มึง ผม คุณ ท่าน เธอ ฉัน แล้วแต่กาลสมัย เป็นกาลเทศะของยุค ไม่มีอะไรเที่ยงแท้

                การใช้มือเปิบ สมัยหนึ่งเป็นมารยาทที่งดงามยิ่ง คนไทยสมัยก่อน ใช้มือเปิบข้าวทั้งนั้น ไม่ว่าคนสามัญหรือผู้รากมากดี ยังแยกต่อไปอีกว่า คนสามัญเปิบข้าว นิ้วเข้าปากหมดทุกนิ้ว แปลว่าไม่ได้รับการอบรมมา ไม่ค่อยคำนึงถึงมารยาทเท่าไหร่

                ผู้ดีหรือชาววัง เปิบข้าวนิ้วก้อยจะไม่เปื้อน และนิ้วอื่นจะไม่เข้าไปในปาก อะไรติดฟัน จะไม่เอานิ้วเข้าไป แคะแกะดึงทึ้งจัดงัดออกมาจะๆในที่สาธารณะ ต้องปิดต้องบังก่อน

                ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยพระบาทสมเด็จปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระนามที่รัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนาให้มีฐานันดรเทียบพระองค์ เพราะพระบุญญาบารมีสูงส่งยิ่งนัก พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทรงเชิญหมอบรัดเลย์ หรือ แดน บีช แบรดลีย์ แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต กับภรรยาของเขา มาทานอาหารแบบฝรั่งให้ทอดพระเนตร ว่าชาวตะวันตกทานอย่างไร

                พระองค์ทอดพระเนตรแล้ว มีช้อน มีส้อม มีมีด เป็นส่วนตัวของแต่ล่ะคน มากมายหลายคันหลายเล่ม มีดเล็กมีดใหญ่เต็มพิกัด วางไว้ข้างมือ ยังกะจะมารบตีรันฟันแทงกัน

                จากนั้นพระองค์นำมาประยุคใช้ กับประชาชนคนไทย ว่าให้เหลือแต่ช้อนกับส้อม ไม่ต้องมีมีด คนไทยจึงทานด้วยช้อนและส้อม กันมาแต่ครั้งนั้น แต่ก็ทานกันเฉพาะในตัวเมือง เลยตัวจังหวัดไป ยังใช้มืออยู่ ปัจจุบัน เพิ่มปริมาณการใช้ช้อน มากจนเกือบทั้งประเทศแล้ว การใช้มือเปิบในประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทแต่อย่างใด อยู่ที่กาลเทศะมากกว่า

                อีกประการหนึ่งซึ่งสำคัญ คือการใช้มือเปิบ พระพุทธเจ้าทรงใช้มาแล้ว พระอรหันต์ทั้งหลาย ก็ใช้มือเปิบอาหารทั้งนั้น ต่อมาพระสาวกเป็นจำนวนมาก ใช้มือเปิบไม่ถูกต้อง เปิบแบบเสียมารยาท พระองค์เลยบัญญัติวินัย เป็นศีลข้อห้ามไว้ว่า ขณะฉันอาหารอยู่ ห้ามเอานิ้วมือสอดเข้าปาก ห้ามฉันไปพลางสะบัดมือพลัง ห้ามเอามือเปื้อนไปจับภาชนะน้ำ ถ้าทำอย่างนี้เป็นอาบัติ ผิดศีล ผิดมารยาท เรียกเป็นภาษาพระว่า เสขิยวัตร หรืออภิสมาจาร

       ร้านอาหารบางร้าน ยังไปตั้งชื่อร้านเลยว่า เปิบพิสดาร กิกิ ชัดไหมๆ พระพุทธเจ้าและสาวกใช้มือเปืบอาหาร ถ้าเช่นนั้นแล้ว ก็เสียมารยาทหมดสินี่.

Last modified onThursday, 14 May 2015 04:45
(0 votes)
Read 379 times
Tagged under :