ปีใหม่ไทย : ก้าวใหม่ในชีวิตเดิม

 

                ครั้นรุ่งเช้า ท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง 7 อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล ศีรษะของเรา  ถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง  จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว  แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ  บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ

                พระเวสสุกรรม ก็เนรมิตแก้วเจ็ดประการชื่อ  ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ ครั้งถึงครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์ นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า “นางสงกรานต์” มีชื่อต่างๆ  ดังนี้ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา  และ มโหทร

                วันเนา แปลว่า “วันอยู่” คำว่า “เนา” แปลว่า “อยู่” หมายความว่า เป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์มา 1  วัน วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย่างสู่ราศีตั้งต้นปีใหม่  วันเนาเป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง ในวันราศีตั้งต้นใหม่เรียบร้อยแล้ว คืออยู่ประจำที่แล้ว

                วันสงกรานต์ เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศแห่งพม่า ทรงตั้งขึ้น เมื่อปีกุน วันอาทิตย์  พ.ศ. 1181 โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ 1  องศา ประกอบกับไทยเราเคยนิยมใช้จุลศักราช  สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยอีกด้วย ในปีแรกที่กำหนดเป็นวันที่ ๑๓ เมษายนพอดี ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓ เมษายนทุกปี  แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันที่ 13 เมษายน จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี

                ปกติวันสงกรานต์ จะมี 3 วัน คือ เริ่มวันที่ 13 เมษายน  ถึงวันที่  15  เมษายน  วันแรกคือวันที่  13  เป็นวันมหาสงกราต์  วันที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นสู่ราศีเมษ  วันที่  14  เป็นวันเนา  (พระอาทิตย์คงอยู่ที่ ๐ องศา)  วันที่  16  เป็นวันเถลิงศกใหม่  และเริ่มจุลศักราชในวันนี้ เมื่อก่อนจริงๆ  มีถึง  4  วัน  คือวันที่  13 -16  เป็นวันเนาเสีย  2  วัน  (วันเนาเป็นวันอยู่เฉยๆ)  เป็นวันว่าง  พักการงานนอกบ้านชั่วคราว

วันสงกรานต์  เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย  ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย  จนถึง พ.ศ.2483  ทางราชการจึงได้เปลี่ยนใหม่  โดยกำหนดให้  วันที่  1  มกราคม  เป็นวันขึ้นปีใหม่  เพื่อให้เข้ากับหลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ  อย่างไรก็ตาม  แม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่  ประชาชนก็ยังยึดถือว่า  วันสงกรานต์มีความสำคัญ

ข้อควรปฏิบัติในวันสงกรานต์- การเตรียมงาน  

วันตรุษและวันสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยังถือว่าวันตรุษคือวันสิ้นปี วันสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องตระเตรียมงานกันเป็นการใหญ่ จนมีคนที่พูดกันติดปากว่า “ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่” สิ่งที่ตระเตรียมกันนั้น  จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกระทำกันเป็นพิเศษตามลำดับ  ดังนี้

1. เครื่องนุ่งห่ม  เพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด  ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างค่อนข้างจะพิถีพิถัน

2. ของทำบุญ  เมื่อใกล้จะถึงวันงาน  ก็เตรียมของทำบุญเลี้ยงพระ  และที่เป็นพิเศษของที่จะทำขนมพิเศษ  2 อย่าง  ได้แก่  ข้าวเหนียวแดงในวันตรุษ  และขนมกวน  หรือกะละแม  นอกจากจะทำขึ้นเพื่อทำบุญแล้ว  ยังแลกเปลี่ยนแจกกันในหมู่บ้านใกล้เคียง  เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีในวันสำคัญ

3. การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัย  ตลอดจนบริเวณใกล้เคียง  เพื่อให้ดูเรียบร้อย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ  แม้เสื้อผ้าที่ใช้สอยก็ต้องซักฟอก ให้สะอาดหมดจดโดยถือว่า  กำจัดสิ่งสกปรกให้สิ้นไปพร้อมกับปีเก่าและต้อนรับปีใหม่  ด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง

4. สถานที่ทำบุญ  วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ  และทำต่อเนื่องกันหลายวัน  นอกจากจะทำความสะอาดที่พักอาศัยของพระสงฆ์แล้ว   ยังต้องทำความสะอาดหอสวดมนต์  โบสถ์วิหาร  ศาลาการเปรียญ  ตลอดจนลานวัด เพราะต้องใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง  ได้แก่  การทำบุญตักบาตร  ปล่อยนก  ปล่อยปลา  สรงน้ำพระ  ก่อพระเจดีย์ทราย และงานรื่นเริงต่างๆ  ด้วย

ผู้เขียน  แม้จะมาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานานหลายปี  แต่เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์  ก็จะแวะเข้าวัด  ถือโอกาสทำบุญ  อุทิศส่วนบุญกุศลให้บิดามารดา  และบรรพบุรุษ  รวมทั้งทบทวนตนเอง  เพื่อการเริ่มต้นก้าวใหม่  แม้จะเป็นชีวิตเดิม  แต่ก็เป็นการเพิ่มความหวัง  และกำลังใจให้ตนเอง  หลายคนหลายท่าน  ก็คงทำเฉกเช่นเดียวกัน 

ทราบว่า  วันอาทิตย์สัปดาห์แรกของเดือนเมษายนของทุกๆ  ปี   มีงานปีใหม่ไทย  ที่ไทยทาวน์  ถนนฮอลลีวูด  (ปีนี้  ตรงกับวันที่  5  เมษายน)  ปีนี้  ผู้เขียนตั้งใจไว้ว่า  จะไปร่วมงานปีใหม่ที่ไทยทาวน์  ไม่ได้เที่ยวงานปีใหม่เหมือนใครหลายๆ  คน  แต่จะไปร่วมเปิดบูทของสถาบันพลังจิตตานุภาพ  สาขาศูนย์ทิพย์  วัดป่าธรรมชาติ  ที่บูทกลุ่ม Nonprofit Organizations  เพื่อเปิดรับสมัครนักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 2  ซึ่งจะเปิดเรียนในเดือนสิงหาคมนี้

                การเรียนสมาธิ  ถือเป็นอีกก้าวใหม่ในชีวิตเดิม  ที่หลายๆ  คนอาจจะมองข้ามไป  อาจเพราะความเข้าใจผิดว่า  เป็นเรื่องของพระ   แต่จริงๆ  แล้ว  สมาธิเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน  เปรียบเหมือนอาหารใจ  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นกับคนเราทุกคน  เฉกเช่นเดียวกันกับอาหารกาย  นั่นเอง  สมาธิมีประโยชน์มากมาย  ที่สำคัญคือ  มีหลักใจให้ตนเองด้วยตนเอง

                พระเดชพระคุณพระธรรมมงคลญาณ  (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินฺธโร)  กล่าวว่า  สมาธิมีประโยชน์ถึง  12  อย่าง  กล่าวคือ

 

                                ประโยชน์มีมากมาย

                หลับสบายคลายกังวล

                โรคภัยไม่เวียนวน

                ได้ฝึกฝนปัญญาดี

                                มีสติรอบคอบ

                เป็นเขตขอบงานหน้าที่

                ความวุ่นวายใจไม่มี

                ความอัปรีย์หนีหายไป

                                บรรเทาลดความเครียด

                สุขละเอียดก็พบได้

                อ่อนโยนที่จิตใจ

                ไม่เหลวใหลกลับใจงาม

                                แม้ตายก็ไปดี

                บารมีช่วยหนุนนำ

                กุศลเกิดเพราะทำ

                เช้าวันค่ำทำให้เคย

Last modified onThursday, 14 May 2015 07:47
(0 votes)
Read 363 times
Tagged under :