ล้างแค้นแม่ในวันแม่

ล้างแค้นแม่ในวันแม่
โดย. พระมหากิตติศักดิ์ โคตมสิสฺโส (ศ.สียวน)


       หญิงชาวแคนาดา เชื้อสายเวียดนาม พ่อแม่ของเธอ และเธอซึ่งเป็นลูกสาว

เป็นชาวเวียดนาม ย้ายถิ่นฐานบ้านช่องมาอยู่ประเทศแคนาดา พ่อแม่ทำมาหากินเป็นลูกจ้าง อดออมถนอมทรัพย์ ด้วยความขยันจนมีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ ได้เงินเก็บสะสม ๒๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์ สมตามคำ คนขยันย่อมหาทรัพย์ได้ แต่ไม่เคยใช้เงินกลับประเทศเวียดนาม เพราะค่าใช้จ่ายมาก  ต้องการเก็บเงินไว้ให้ลูก หวังสร้างอนาคตให้ลูกได้ดีมีปริญญา มีการงานที่มั่นคง ลูกมีบ้านอยู่อู่อาศัย หลังจากตัวเองตายไป ลูกต้องไม่ลำบาก

       ด้วยความเข้มงวดกวดขันในการเลี้ยงดู ตามแบบเอเชีย ซึ่งต่างกันกับการเลี้ยงดูลูกของชาวตะวันตก จึงห้ามสารพัด เหมือนอย่างที่คนไทยก็รู้จักว่าห้ามอะไร เป็นเผด็จการในบ้านในสายตาลูก ห้ามเที่ยว ห้ามไปค้างบ้านเพื่อน ห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบ ต้องรักนวลสงวนตัว จ้ำจี้จ้ำไช ฯลฯ

       คนไทยก็ห้ามกันมาแบบนี้ จนเกิดตำนานขวัญเรียม เกิดหนังดรามา แผลเก่า รอยไถ และอีกหลายเรื่อง ที่พ่อแม่กีดกันรัก แต่ไม่กีดกันเรียน อยากให้ได้กับคนคู่ควร กลัวลูกสาว ลูกชายไม่ปลอดภัย กลายเป็นสิ่งเก็บกด กดดันให้ลูกสาว ให้เจนนีเฟอร์ แพน ซึ่งมองว่าไร้เสรีประชาธิปไตย ซึ่งวัยรุ่นอยากทำอะไรตามใจตัว ตามใจอยาก อยู่เป็นปกติธรรมชาติอยู่แล้ว

       พ่อแม่หวังให้ลูกเรียนได้เกรดดีๆ เมื่อไม่ดี ก็ด่า ก็ทำโทษ เป็นความเครียดสั่งสมนานหลายปี จนกลายเป็นใบคะแนนปลอม ได้ A ทุกวิชา หลอกพ่อแม่ว่ามหาวิทยาลัยไกลมาก ขอไปค้างหอพัก หลอกว่าเรียนจบพยาบาล หลอกว่ามีงานทำแล้ว แต่ที่แท้ไปอยู่กินกับแฟนฉันผัวเมีย เธอไม่จบแม้มัธยม เพราะเรียนไปก็ปวดหัวมีผัวดีกั่ว ทุกอย่างหลอกพ่อแม่ทั้งสิ้น

         ต่อมาความแตก พ่อแม่รู้ว่า ความพยามสร้างฐานะเงินทอง สร้างบ้าน สร้างการศึกษาให้ลูก สูญเปล่าไปหมดสิ้น ร้องไห้หนักมาก แทบบ้าคลั่ง จึงเรียกตัวลูกสาวกลับบ้าน กลายเป็นที่มาของความสยองขวัญของชีวิต ลูกสาวคนนี้แก้แค้นด้วยการร่วมมือกับผัวฆ่าพ่อ จ้างฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง โดยให้ปลอมเป็นโจรมาปล้นบ้าน นักฆ่าเข้ามาในบ้านใช้ถุงคลุมหน้าพ่อแม่ คลุมหน้า เจนนีเฟอร์ แพน ด้วย แม่ร้องบอกโจรว่า

       “อย่าทำร้าย อย่าฆ่าลูกสาวของเธอนะ”

        แต่ฆาตกรยิงแม่ที่ศีรษะ ตายคาที่ ที่สิ้นเสียงความห่วงใยลูกรักของนาง ยิงพ่อสองนัด เหตุการณ์สงบแล้ว เจนนี่เฟอร์ ทำเนียนแจ้งตำรวจว่าโดนปล้น แต่ต่อมาหลังจากสอบสวนแล้ว พบว่า บ้านไม่ถูกงัด ลูกสาวไม่มีรอยขีดข่วนการต่อสู้ ตัวลูกสาวไม่โดยทำร้ายอะไรเลยได้อย่างไร พิรุธนี้จึงถูกจับได้ จนเธอต้องสารภาพ เพราะจนด้วยหลักฐานว่า เธอเป็นคนวางแผนฆ่าพ่อแม่ตัวเอง ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ศาลสั่งห้ามพบพ่อ ห้ามพบพี่ชาย ห้ามพบญาติ

      “ เหตุเกิด มกราคม ๒๕๕๘ ศาลเมืองนิวมาร์เก็ต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา พิจารณาตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยไม่มีสิทธิ์รับการลดหย่อนโทษใด ๆ ใน ๒๕ ปีแรก แก่ เจนนิเฟอร์ แพน วัย ๒๘ ปี ฐานจ้างวานคนร้าย ฆ่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง”

        ข่าวร้ายแม่ตายคาที่ ข่าวดีว่า พ่อของเธอไม่ตาย หมอรักษาทัน แต่ไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น ตายเพราะฝีมือคนที่เคย ขับรถไปส่งเช้ารับเย็นที่โรงเรียนสิบยี่สิบปี ตายพระคนที่ให้ชีวิต ตายเพราะคนที่เคยป้อนข้าวให้ ตายเพราะคนที่เคยอุ้ม เคยนุ่งกางเกงใส่เสื้อให้ ตายเพราะคนที่ทำงานทั้งชีวิตเพื่อเขา

       น่าสนใจว่าแม่บอกฆาตกรว่า “อย่าฆ่าลูกนะ” แต่ลูกไม่สะกิดต่อมเป็นห่วงใดๆเลย ช่างเหมือนกับอดีตชาติของ พระมหาโมคคัลนะจริงๆ หลอกแม่ที่ตาบอดผ่านไปทางป่า หยุดเกวียนบอกจะไปปัสสาวะในป่าอะไรทำนองนี้ เดี๋ยวจะกลับมา แต่กลับมาแสร้งทำเสียงเป็นโจรปล้น แล้วทุบตีแม่ตัวเอง ขณะลูกในไส้ทุบตีแม่ แม่ร้องตะโกนบอกลูกว่า

       “อย่าเพิ่งกลับมานะลูกแม่ โจรปล้นแม่ แม่แก่แล้วไม่ตายวันนี้อีกไม่นานก็ตาย ลูกยังมีอนาคต รักษาชีวิตไว้” แต่ลูกไมสำนึกเลย ทุบตีแม่ต่อไปจนตายบาปนั้นส่งผลทรมานหลายชาตินับไม่ถ้วน แม้มาเกิดเป็นมนุษย์ชาติสุดท้าย เป็นคนดีที่สุด เป็นพระอรหันต์ กลับไม่สามารถหนีกรรมพ้น ถูกคนจ้างฆ่าทุบตีจนมรณภาพ จนปรินิพพาน แก้กรรมไม่ได้ เพราะไม่เคยมีวิธีแก้กรรมอยู่ในพุทธศาสนา ตามที่มีการหลอกลวงหวังลาภกันเนืองๆ

       มาดูครอบครัวคนไทยคนนี้บ้าง กำลังโด่งดังในโซเชียลเพจตำรวจนายสิบ ชายหนุ่มคนหนึ่ง ขณะเรียนประถมมัธยม ถูกพ่อแม่ของเขาเข้มงวด ทำผิด ทำโทษด้วยการเฆี่ยนตี ถูกตีครั้งใด มันเจ็บปวดรวดร้าว ร้องไห้อยู่ทุกครั้ง อับอายขายหน้าเพื่อนอยู่ทุกวัน แค้นฝังใจมาแต่เยาว์ คิดในใจว่า หากเขาโตขึ้นเขาจะแก้แค้นพ่อแม่ของเขา ให้ร้องไห้เสียน้ำตายิ่งกว่าเขาหลายเท่า

       บัดนี้เขาโตเป็นหนุ่มแล้ว เขาสอบเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบตำรวจได้ ถึงเวลาแล้วที่จะแก้แค้นพ่อแม่
ซึ่งทำกับเขาไว้เจ็บแสบมาตลอดเยาว์วัย ทำกับเขาผู้ไม่มีทางสู้ เขาแอบหยิบชุดนักเรียนตำรวจใส่ถุงกลับบ้าน
ทั้งๆที่ทางโรงเรียนนายสิบยังไม่ให้ใส่ พอถึงบ้านเขาแอบใส่ แล้วเข้าไป กราบพ่อ กราบแม่ ใช้ศีรษะของเขาซึ่งเป็นจุดสูงสุด มาลงที่จุดต่ำสุดของแม่ กราบที่เท้า น้ำตาของแม่ น้ำตาของพ่อ ไหลพรากผ่านแก้มตนเอง หยดรดลงบนศีรษะของลูกที่ซบอยู่ที่เท้า
       เท้าที่คล้ำดำโคลน เหี่ยวย่น ยากจน หาเช้ากินค่ำทำนาไร่ เท้าที่ก้าวไปทำมาหากินเพื่อลูกคนนี้ สองเท้าของพ่อแม่นี้อย่างไรเล่า ที่พาเขาเดินถึงจุดหมายปลายทาง สองมือแม่และพ่อนี้อย่างไรเล่า ที่ประคองเขา เลี้ยงดูเขา เฆี่ยนตีลูก มองเห็นลูกเหมือนช่างปั้นหม้อดิน ที่ต้องทุบต้องตี เพื่อให้ภาชนะออกมาดี สวยสดงดงาม มีค่ามีราคา เหมือนดาบที่นายช่างนำไปใส่ไฟ ทุบตีดาบนั้น ทุบแล้วทุบอีก จนกลายเป็นดาบชั้นดี และเป็นกระบี่นายร้อย เขาบอกว่า

        “ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก และถูกพ่อแม่ตีจนร้องไห้ ผมรู้สึกแค้นพ่อกับแม่มาก จนกระทั่งมาวันนี้ ผมแก้แค้นสำเร็จแล้ว เพราะผมทำพ่อกับแม่ร้องไห้ได้ ขอให้พ่อกับแม่รออีกนิด แล้วผมจะขอดูแลพ่อแม่เอง”

       จะไม่พูดถึงว่าพ่อแม่เชื้อสายเวียดนาม ชาวแคนาดา พ่อแม่ของไทย ที่เลี้ยงลูกด้วยไม้เรียว ว่าเข้มงวดเกินไปไหม เพราะพระพุทธองค์ก็สอนอยู่แล้วว่า ทางสุดโต่งสองสายไม่พึงเสพ คือตึงนักหย่อนนัก ทางสายกลางนั้นคือทางสายเอก เราก็ทราบกันอยู่ แต่พระองค์ยังสอนอีกว่า กรรมเป็นเครื่องเจตนา เจตนาร้ายหรือดี

       มาวิเคราะห์ตรงมุมนี้ดีกว่า ต่างกันไหม การแก้แค้นพ่อแม่ของลูกชายไทยแท้ กับการแก้แค้นของลูกสาวเวียดนามชาวแคนาดา ซึ่งอยู่ในสังคมตะวันตก เรื่องนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ลูกทำให้พ่อแม่เสียน้ำตานั้น ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่ว่า.....เป็นน้ำตาแห่งความทุกข์ทรมาน หรือน้ำตาแห่งความปิติเป็นปลื้ม.

 

(0 votes)
Read 499 times