ศิษย์มีครู/ครูมีศิษย์

ศิษย์มีครู -/ครูมิศิษย์
โดย  เทียนเล่มน้อย


ศิษย์มีครู ผู้สอน ป้อนความรู้
นำเข้าสู่ วิชา พัฒนาได้
ทฤษฎี ปฏิบัติ ฝึกหัดไป
คู่กันไว้ สมค่า ราคาคน

เฝ้าเรียนรู้ ครูสอน รู้อ่อนน้อม
ประพฤติพร้อม ดีงาม ตามฝึกฝน
พฤติกรรม ตามอย่าง ครูสร้างตน
กล่อมกมล รำลึก สำนึกคุณ

จะเป็นครู ได้นั้น ท่านมีศิษย์
ผู้อุทิศ กายใจ ในเกื้อหนุน
รู้สอนสั่ง สร้างค่า ด้วยการุณย์
จิตค่ำจุน เมตตา เป็นประมาณ

คำว่าครู พาให้ ศิษย์ได้รู้
เรียกว่าครู เพราะใจ ใสสะอ้าน
มอบความรู้ คู่ธรรม จำวิญญาณ
แต่โบราณ พวกเรา เคารพครู

สุขสวัสดีท่านทั้งหลาย

                เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการเปิดปฐมนิเทศ  นักศึกษาครูสมาธิ  รุ่นที่  ๒  ศูนย์ทิพย์  (รุ่น  ๔  สหรัฐอเมริกา)  ซึ่งเป็นสาขา  ๓  สถาบันพลังจิตตานุภาพ  สหรัฐอเมริกา  ในงานนี้  ได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย  เห็นความรัก  ความสมัครสมานสามัคคี  ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน  ดังบทเพลง  “อรุณทอแสง”  ซึ่งประพันธ์โดย  พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินธโร  (พระเดชพระคุณพระธรรมมงคลญาณ)  ตอนหนึ่งว่า  “เพื่องานหลวงพ่อฯ  สานต่อให้เกรียงไกร  ร่วมแรงร่วมใจ  คนละไม้คนละมือ” 

                พิธีปฐมนิเทศครั้งนี้  มีการเตรียมความพร้อมกัน  ในเวลาไม่มากนัก  หลังจากนักศึกษาครูสมาธิ  รุ่นแรก  ของศูนย์ทิพย์  (รุ่น ๓  สหรัฐอเมริกา)  สอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติไปเมื่อวันอาทิตย์ที่  ๑๖  สิงหาคม  ๒๕๕๘  ที่ผ่านมา  เพียงแค่  ๑  สัปดาห์ต่อมา  วันอาทิตย์ที่  ๒๓  สิงหาคม  ๒๕๕๘  ก็มีพิธีปฐมนิเทศ  นักศึกษาครูสมาธิ  รุ่นใหม่  ได้รับชื่อรุ่นว่า  “ดาวดึงส์”  มีผู้สมัครเข้ามามากกว่า  ๒๐๐  คน  เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศ  ๑๗๐ กว่าคน  รวมนักศึกษาครูสมาธิ  รุ่นแรกที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงและเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้  มากกว่า  ๑๐๐  คน  เมื่อรวมกันแล้วก็มากกว่า  ๓๐๐  คน  ถือว่าไม่น้อยเลย  ในนอกอาณาเขตประเทศไทย  ซึ่งไม่เคยมีที่ไหน  มีผู้สมัครเข้าเรียนสมาธิมากเท่านี้มาก่อน

                ในพิธีปฐมนิเทศนั้น  มีการมอบตัวเป็นศิษย์  และกล่าวคำปฏิญาณ  ตามระเบียบของสถาบันพลังจิตตานุภาพ  ยังความปลาบปลื้มปีติยินดีมาสู่ทุกท่าน  ผู้เข้าเรียนหลักสูตรครูสมาธินี้  จำเป็นต้องทำพิธีมอบตัวเป็นศิษย์  เพื่อจะได้ชื่อว่า  “ศิษย์มีครู”  การจะได้ชื่อว่า  “ศิษย์มีครู”  นั้น  ไม่ใช่เพียงแค่การทำพิธีและมอบดอกไม้เท่านั้น  แต่ประการสำคัญคือ  ต้องศึกษา  และปฏิบัติด้วยความเคารพ  และจริงใจ  จึงจะได้รับผลของการเป็นศิษย์อย่างแท้จริง

                ในตอนหนึ่งของโอวาทที่พระอาจารย์หลวงพ่อฯ  กล่าวย้ำไว้ก็คือ  “การจะสอนสมาธิไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องใช้เวลาถึง  ๒๐  ปี  หลวงพ่อฯ  ย่นลงมาเหลือ  ๖  เดือน”  ผู้เขียนรู้สึกทราบซึ้งในความเมตตานี้  กว่าท่านจะได้หลักสูครครูสมาธิมาสอนอย่างเป็นทางการ  ซึ่งใช้เวลาเรียน  ๖  เดือน  หลายคนอาจจะคิดว่ามาก  แต่สำหรับครูผู้สอนอย่างพระอาจารย์หลวงพ่อฯ  แล้ว  ท่านใช้เวลามากกว่า  ๒๐  ปี  ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  กว่าจะสามารถกลั่นกรองมาเป็นถ้อยคำ  นำมาประกอบเป็นหลักสูตรได้  พวกเราในรุ่นหลังๆ  ถือว่า  โชคดีมาก  ที่ไม่ต้องลำบากไปขอศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตามป่าเขาลำเนาไพร  เหมือนสมัยก่อน  และไม่ต้องใช้เวลานานถึง  ๒๐  ปี  เพียงแค่  ๖  เดือน  หากศึกษาและปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจแล้ว  ย่อมจะได้รับผลอย่างใดอย่างหนึ่ง  อย่างแน่นอน

                พระอาจารย์หลวงพ่อฯ กล่าวถึงจุดประสงค์การทำสมาธิไว้สั้นๆ  ง่ายๆ  และมีความหมายชัดเจนคือ  “ทำสมาธิเพื่อสะสมพลังจิต”  เท่านั้น  ไม่ใช่เพื่อต้องการเป็นผู้วิเศษใดๆ  ผู้ศึกษาและปฏิบัติสมาธิตามหลักสูตรนี้  จึงเป็นบุคคลธรรมดา  ที่ยังใช้ชีวิตปกติทั่วไป  เพียงแต่เป็นผู้มีพลังจิตมากขึ้น  จิตใจเข้มแข็งมากขึ้น  สามารถชนะใจตนเองได้  และเห็นคุณค่าในตนเอง

                เมื่อมีการศึกษาและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตามหลักสูตร  ก็จะรู้และเข้าใจได้ว่า  “พลังจิต”  นั้นมีความสำคัญอย่างไร  พระอาจารย์หลวงพ่อฯ  ตั้งชื่อหลักสูตรสมาธิที่ท่านเขียนขึ้นว่า  “หลักสูตรครูสมาธิ”  เพื่อให้ผู้ศึกษาและปฏิบัติ  สามารถเป็นครูสอนผู้อื่นได้นั่นเอง  เบื้องต้น  ผู้ศึกษาและปฏิบัติ  จะได้เรียนรู้วิธีการเป็นครูสอนตนเองก่อนตามลำดับ  โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเกิดขึ้น  นั่นคือ

๑.. มีความรับผิดชอบสูง  เมื่อศึกษาและปฏิบัติสมาธิตามลำดับ  จิตจะก่อเกิดพลังจิต  ที่ค่อยๆ  ได้รับการสะสมจากการทำสมาธิ  เมื่อจิตมีพลัง  ก็ก่อให้เกิดความรับผิดชอบสูงขึ้น  แม้จะมีภาระหน้าที่รับผิดชอบมาก  ก็สามารถรับผิดชอบได้  เพราะมีความรับผิดชอบสูง  กล่าวคือ  กล้าและยอมรับได้ทั้งผิดและชอบ  จากผลการกระทำของตนเอง

๒. มีเหตุผล  ข้อนี้สำคัญ  มนุษย์นั้นมีความแตกต่างจากสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก  ก็เพราะมนุษย์มีการใช้เหตุผล  ไม่คือเอาอำนาจใจของตนเองเป็นใหญ่  ไม่ลุต่ออำนาจฝ่ายต่ำ  ที่จะนำพาให้ชีวิตติดขัด  การมีเหตุผลนั้น  เกิดจากความใจเย็น  และอดทนรับฟังผู้อื่นได้  มีจิตใจมั่งคง  จึงสามารถรับฟังเหตุและผลจากคนทั้งหลายทนรับฟังผู้อื่นได้  มีจิตใจมั่งคง  จึงสามารถรับฟังเหตุและผลจากคนทั้งหลาย  จากที่ไม่ค่อยฟังใคร  ก็จะเป็นผู้ฟังมากขึ้น 

๓. มีความเมตตา  ข้อนี้สำคัญมาก  ความเมตตาจะก่อเกิดในใจของผู้ศึกษาและปฏิบัติส่วนใหญ่  ยกเว้น  ผู้เข้ามาศึกษาและปฏิบัติเพื่อหวังอย่างอื่น  ความมีเมตตานี้  มีมาตั้งแต่พระพุทธเจ้า  ผู้เป็นต้นแบบอย่างสมาธิในพระพุทธศาสนา  สืบทอดมาถึงพระเถระในครั้งพุทธกาล  ต่อมาถึงครูบาอาจารย์กรรมฐานทั้งหลาย  ผู้ให้วิชาความรู้ด้านการปฏิบัติสมาธิ  หากขาดคุณสมบัติข้อนี้  ก็ถือว่า  ออกนอกทาง  พระพุทธองค์เองทรงมีเมตตาที่เปี่ยมล้น  มีความกรุณาหาประมาณมิได้  ผู้ศึกษาและปฏิบัติตามเส้นทางนี้  จึงต้องมีความเมตตาเป็นสำคัญ  แม้ในคำปฏิญาณตนในพิธีมอบตัวเป็นศิษย์ในวันปฐมนิเทศ  มีข้อหนึ่งกล่าวว่า  “ข้าพเจ้า  จะมีเมตตาต่อกัน” 

ด้วยความเมตตาที่ก่อเกิดในในของผู้ศึกษาและปฏิบัติสมาธินี้  จะย้อนกลับไปส่งเสริมให้มีเหตุผลมากขึ้น  เรียกว่า  “เหตุผลแห่งความเมตตา”  และมีความรับผิดชอบสูงขึ้น  เรียกว่า  “รับผิดชอบด้วยเมตตา”  หมายถึง  รับทั้งผิดและชอบ  ไม่ใช่รับแค่ชอบ  และปัดความผิดให้บุคคลอื่น  นี้คือสิ่งที่นักศึกษาครูสมาธิทั้งหลายควรตระหนักในใจเสมอ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  หลักสูตรนี้  ไม่ใช่สอนให้เป็นแค่ผู้ศึกษาและปฏิบัติเท่านั้น  ยังสอนให้เป็นครูผู้สอนและนำผู้อื่นปฏิบัติได้ด้วย  หากเพียงแค่การสอนผู้อื่น  โดยไร้การปฏิบัติด้วยตน  ก็จะเท่ากับถือขวดยา  อ่านสลากยาเสียเปล่า  แต่ไม่เคยได้สัมผัสสรรพคุณของยานั้นๆ  เลย  ผู้เขียนถือว่า  สมาธิเป็นยารักษาใจ  เพราะผู้ศึกษาและปฏิบัติสมาธิ  จะสามารถดูแลและรักษาจิตใจตนเองได้ดี

เมื่อจิตประกอบด้วยเมตตาแล้ว  ความมีเหตุผล  และความรับผิดชอบก็มีได้  ตลอดถึงความสามัคคี  คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ  ก็จะก่อเกิดตามมา  หน้าที่การงานทั้งหลาย  จึงจะสำเร็จได้สมความประสงค์  เฉกเช่น  งานปฐมนิเทศนักศึกษาครูสมาธิ  รุ่นใหม่นี้  ที่ยังตราตรึงอยู่ในใจของผู้เขียนเสมอ  กลายเป็น  “ความรักแรกเริ่ม เหมือนเริ่มฟ้ากว้าง สาดแสงสว่าง ส่องทั่วพสุธา” 

ผู้เขียน  ขอแสดงความชื่นชม  ยินดี  ขอบคุณ  และอนุโมทนาสาธุการ  กับกุศลเจตนาของทุกท่าน  ที่ร่วมด้วยช่วยกัน  ให้งานนี้  สำเร็จลุล่วงด้วยดี  แม้จะเป็นบุคคลตัวเล็กๆ  คนหนึ่ง  เมื่อมอบย้อนหลังในระยะเวลากว่าครึ่งปีที่ผ่านมา  ก็รู้สึกภาคภูมิใจในใจดวงน้อยๆ  คนเดียวว่า  อย่างน้อยๆ  ก็ได้มีส่วนเสริมสร้างและช่วยประคับประคองนักศึกษาครูสมาธิรุ่นแรก  ของศูนย์ทิพย์  วัดป่าธรรมชาติ  สถาบันพลังจิตตานุภาพ  สาขา  ๓  สหรัฐอเมริกา  จนเรียนจบได้  และที่สำคัญสามารถเป็นรุ่นพี่ที่มีความพร้อมทั้งกายและใจ  สมดังบทเพลง  ที่ร่วมกันร้องขับขานกึกก้องทั่วบริเวณวัดป่าธรรมชาติ  รัฐแคลิฟอร์เนีย  สหรัฐอเมริกา  เมื่อวันอาทิตย์ที่  ๒๓  สิงหาคม  ๒๕๕๘  ที่ผ่านมา

กราบแสดงความขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งต่อ  พระเดชพระคุณพระธรรมมงคลญาณ  (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินธโร)  ประธานผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ  ผู้เมตตาประสิทธิ์ประสาทแนวทางการศึกษาและปฏิบัติสมาธิ  ทั้งในฐานะของพระอุปัชฌาย์  และพระอาจารย์สอนหลักสูตรครูสมาธิ  ตั้งแต่ผู้เขียนได้รับการอุปสมบท ณ วัดธรรมมงคล  กรุงเทพมหานคร  เมื่อ  ๒๐  ปีที่ผ่านมา  หากมีสิ่งหนึ่งประการใด  ที่ศิษย์ผิดพลาดล่วงเกินด้วยกาย  วาจา  หรือด้วยใจ  กราบขอขมาด้วยเศียรเกล้า 

กราบขอบพระคุณ  พระเดชพระคุณพระภาวนาญาณวิเทศ  (พระอาจารย์มหาเหรียญ ธนลาโภ)  เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ  ผู้อนุญาตให้ใช้สถานที่ทำการเรียนการสอนหลักสูตรครูสมาธิ  ในนาม  “ศูนย์ทิพย์  วัดป่าธรรมชาติ”  สถาบันพลังจิตตานภาพ  สาขา  ๓  สหรัฐอเมริกา  ที่เมตตาให้ผู้เขียน  ได้มีโอกาสได้กลับเข้ามาทำงานถวายพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์อีกครั้ง  หลังจากกราบลาจากวัดธรรมมงคล  ประเทศไทย  มาสู่แผ่นดินสหรัฐอเมริกา  หากมีสิ่งหนึ่งประการใด  ที่ศิษย์ผิดพลาดล่วงเกินด้วยกาย  วาจา  หรือด้วยใจ  กราบขอขมาไว้ ณ โอกาสนี้

การเป็นศิษย์ เป็นครู ดูเอื้อเฟื้อ
ใช่เพียงเพื่อ ชื่อเสียง เพียงศักดิ์ศรี
เคารพครู รู้คุณ หนุนชีวี
เนรคุณ ป่นปี้ ชีวิตคน

ครูอาจารย์ นั้นด้วย ช่วยสั่งสอน
จิตอาทร ค้ำจุน หนุนฝึกฝน
จึงชื่อครู อาจารย์ ผ่านกมล
ทั่วสากล ยกครู บูชาคุณ

มิใช่เพียง มอบตัว ก็เป็นศิษย์
แต่ด้วยจิต ฝึกหัด ปฏิบัติหนุน
ครูสอนสั่ง สร้างมา ด้วยการุณย์
ครูค้ำจุน ด้วยธรรม ศิษย์นำพา

ไม่จำเป็น ติดสอย ห้อยตามดอก
ถือคำบอก สอนสั่ง ต่างศึกษา
จิตเคารพ น้อมรู้ อีกบูชา
ก็ชื่อว่า ศิษย์ดี  ที่มีครู 

 

 

(0 votes)
Read 592 times